top of page

รับมืออย่างไร?

ต้องทำอย่างไรเมื่อเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด

ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถหายขาดจากโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้โดยการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญและการสนับสนุนจากคนรอบข้าง แต่ทั้งหมดนี้อาจต้องใช้เวลา


ทำไมจึงต้องรักษา

สุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญ หากคุณแม่มีอารมณ์ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล คุณก็จะไม่สามารถดูแลตัวเองหรือลูกได้ดีเท่าที่ควร

นั่นหมายความว่าหากคุณแม่สงสัยว่าเป็นโรคนี้อยู่ หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด ควรปรึกษาคนที่ไว้ใจ หาลุ่มสนับสนุนกับคุณแม่คนอื่นๆ (peer support) และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทันที


การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าหลังคลอด

หากคุณมีความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าหลังคลอด ควรแจ้งให้แพทย์ที่คุณฝากครรภ์ทราบ เพื่อที่แพทย์จะประเมินอาการของคุณตลอดการตั้งครรภ์ และในช่วงหลังการคลอด คุณและคนรอบข้างควรสังเกตอาการต่างๆ ที่อาจบ่งบอกว่าเป็นโรคซึมเศร้า หากคุณพบเห็นอาการควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยและแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญมักใช้วิธีต่อไปนี้ในการประเมินอารมณ์ของคุณแม่หลังคลอด


แบบสอบถามเรื่องภาวะซึมเศร้าหลังคลอด EPDS (Edinburgh Postnatal Depression Scale)เป็นประโยคบอกเล่าอาการสั้น ๆ 10 ประโยค โดยคุณจะต้องตอบว่ามีอาการเหล่านี้บ่อยแค่ไหนในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น “ฉันรู้สึกประหม่าหรือวิตกกังวลโดยไม่มีเหตุผล” หรือ “มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองเกิดขึ้น”


แบบสอบถามภาวะซึมเศร้า PHQ-2 (2-Question Patient Health Questionnaire)เป็นคำถามสั้น ๆ 2 คำถามสำหรับผู้หญิงที่อาจเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด หนึ่งในคำถามสำคัญที่ใช้ในการประเมินคือ “ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณรู้สึกหมดความสนใจหรือไม่เพลิดเพลินในการทำสิ่งต่าง ๆ บ่อยแค่ไหน หรือรู้สึกซึมเศร้าและท้อแท้บ้างหรือไม่?” หากคำตอบของคุณคือ “เป็นเกือบทุกวัน” คุณอาจเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด


แบบสอบถามภาวะซึมเศร้า PHQ-9 (9-Question Patient Health Questionnaire)แบบสอบถามนี้มักใช้ถามต่อจาก PHQ-2 หากคุณมีอาการซึมเศร้า โดยแพทย์จะถามเกี่ยวกับอาการที่เป็น เช่น การนอน การกิน ปัญหาในการตั้งสมาธิเพื่อทำสิ่งต่าง ๆ และความรู้สึกหมดเรี่ยวแรง ยิ่งมีอาการเหล่านี้บ่อยเท่าไร ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้นเท่านั้น

หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคุณเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด แพทย์จะประเมินความรุนแรงของโรคโดยถามว่าคุณมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือลูกหรือไม่ แพทย์จะประเมินอาการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ด้วย เช่นโรคไบโพลาร์ หรือภาวะโรคจิตหลังคลอด

โดยปกติแล้วจะไม่มีการตรวจเลือดเพื่อประเมินหาโรคซึมเศร้า แต่แพทย์อาจให้ตรวจเลือดเพื่อตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ เช่นภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (hypothyroidism) เพราะอาจทำให้เกิดอาการคล้ายโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้


วิธีรักษาโรคซึมเศร้าหลังคลอด

ในการรักษาจะมีวิธีหลัก ๆ อยู่ 3 วิธีดังนี้:

การดูแลตนเองใช้วิธีพูดคุยกับคนรอบข้าง เพื่อน ครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่คนอื่น ๆ ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันหรือเคยเป็นโรคนี้มาก่อน

การรักษาทางจิตบำบัด (Psychotherapy)เป็นการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหลังคลอดโดยเฉพาะ โดยจะใช้เทคนิคการปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy - CBT) โดยนักจิตบำบัดจะช่วยคุณสังเกตความเชื่อมโยงของความคิด อารมณ์และพฤติกรรม เพื่อปรับรูปแบบการคิด และพฤติกรรมที่กำลังทำให้คุณเกิดความรู้สึกไม่ดีจนเกิดเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอดขึ้น

การใช้ยาหากมีอาการรุนแรงหรือใช้วิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาต้านซึมเศร้า หากคุณแม่ยังให้นมลูกอยู่ แพทย์จะให้ยาที่ปลอดภัยสำหรับการให้นมลูก


การรักษาโรคซึมเศร้าในช่วงที่ให้นมลูก

หากอาการของคุณต้องใช้ยาต้านซึมเศร้า แพทย์จะรู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ยาต้านซึมเศร้าบางชนิดจะไม่ส่งผ่านน้ำนมไปยังลูก ดังนั้นจึงปลอดภัย โดยแพทย์จะเลือกการรักษาที่เหมาะสมที่สุดให้คุณ

ไม่ว่าคุณแม่จะให้นมลูกเองหรือไม่ หากมีอาการของโรคซึมเศร้าหลังคลอด หรือมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงซึ่งทำให้ชีวิตหยุดชะงักหรือไม่สามารถดูแลลูกได้ ให้ขอความช่วยเหลือทันที บอกคู่ครอง หรือครอบครัว พยายามหากลุ่มสนับสนุนของคุณแม่ และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อได้รับความช่วยเหลือแล้ว คุณจะสามารถป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงและกลับมาเป็นปกติได้


ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับสุขภาพจิตของหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดนี้ถูกจัดทำขึ้นจากการร่วมมือและการสนับสนุนจาก PAM Foundation และ Mali Family Health เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย


รับรองโดย

เกศสุภา จิระการณ์ (นักสุขภาพจิต)

  • Facebook
  • Instagram
  • Line
  • LinkedIn
  • Youtube

เกี่ยวกับ

แหลาวงข้อมูล

เข้าถึงการช่วยเหลือ

บริจาค

ข้อมูลเพิ่มเติม

© 2026 PAM THAILAND

bottom of page