top of page

ซึมเศร้าขณะท้อง

การรับมือกับภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์

ภาวะซึมเศร้าเป็นความผิดปกติทางจิตใจที่แสดงออกมาผ่านความรู้สึกเศร้าหมอง หมดเรี่ยวแรง และขาดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ

ภาวะนี้อาจเกิดระหว่างตั้งครรภ์และอาจเป็นอุปสรรคสำหรับคุณแม่และลูกที่กำลังเติบโต


ภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์

ซึมเศร้าเป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยเกิดกับ 1 ใน 10 ของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์

ไม่มีใครรู้ว่าภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่หลักฐานพบว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และความเครียดที่มาพร้อมกับการตั้งครรภ์ 

ผู้หญิงที่เคยเป็นโรคซึมเศร้า หรือเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อนการตั้งครรภ์จะมีโอกาสเกิดอาการซึมเศร้าได้อีก หรืออาการอาจหนักขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ได้ ปัจจัยหลายอย่างที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการซึมเศร้าในช่วงที่ตั้งครรภ์มีดังนี้:

  • ความเครียดในชีวิต

  • ขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง

  • การตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ

  • ความรุนแรงในครอบครัว

  • ความเหงา

  • ปัญหาในการนอนหลับ

  • ความวิตกกังวล


สัญญาณและอาการของโรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร

อาการของโรคซึมเศร้าอาจดูเหมือนเป็นความรู้สึกธรรมดาทั่วไปได้ แต่เมื่อความรู้สึกแบบเดิม ๆ ไม่ยอมหายไป นั่นแปลว่าคุณอาจมีภาวะซึมเศร้า โดยทั่วไปแล้วอาการมีดังนี้:

  • รู้สึกเศร้าซึมตลอดวัน หรือหลายวันในหนึ่งสัปดาห์ 

  • รู้สึกหมดเรี่ยวแรง หรือรู้สึกเหนื่อยมาก

  • ขาดความสนใจในการทำงานหรือกิจกรรมอื่น ๆ

  • นอนมากกว่าปกติ หรือมีปัญหานอนไม่หลับ

  • ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด หรือกินมากเกินไปและน้ำหนักเพิ่มมาก

  • มีความรู้สึกผิด ท้อแท้สิ้นหวัง หรือรู้สึกไร้ค่า

  • มีปัญหาในการตั้งสมาธิ จดจ่อ หรือการตัดสินใจ

  • มีความคิดอยากตายหรือฆ่าตัวตาย


ภาวะซึมเศร้าส่งผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร

หากคุณแม่ปล่อยให้มีภาวะซึมเศร้าต่อไปตลอดการตั้งครรภ์ คุณอาจไม่สามารถดูแลตนเอง ไม่สามารถทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือพักผ่อนให้เพียงพอได้ หากอาการรุนแรงคุณอาจมีโอกาสทำร้ายตัวเอง นอกจากนี้การไม่รักษาโรคซึมเศร้าจะทำให้มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดมากขึ้น

การไม่รักษาภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดปัญหาต่อทารกได้ ตัวอย่างเช่น:

  • อาจรบกวนการเจริญเติบโตของทารก

  • อาจมีปัญหาทางสุขภาพหลังคลอด

  • ทารกอาจมีปัญหาทางอารมณ์และทางพฤติกรรมเมื่อโตขึ้น


การรักษาภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์

วิธีรักษาภาวะซึมเศร้ามีดังต่อไปนี้:

การทำจิตบำบัดประกอบด้วยการทำจิตบำบัดเพื่อปรับความคิดและพฤติกรรม (cognitive-behavioral therapy - CBT) และการบำบัดพฤติกรรมระหว่างบุคคล (interpersonal therapy - IPT)

การเข้ากลุ่มสนับสนุนกลุ่มสนับสนุนคือกลุ่มคนที่มาพบหน้ากัน หรือพบกันออนไลน์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง ๆ คุณอาจสอบถามนักจิตบำบัดเพื่อให้ช่วยหากลุ่มสนับสนุน หรือหาทางออนไลน์

การใช้ยาหากมีความจำเป็น แพทย์จะให้ยาต้านซึมเศร้า 1 ชนิดหรือมากกว่านั้น ไม่ควรเริ่มกินยาที่แพทย์ไม่ได้สั่ง หรือหยุดยาต้านซึมเศร้าด้วยตนเอง

การใช้กระแสไฟฟ้าหากการใช้ยาไม่ได้ผล จิตแพทย์อาจเสนอให้ใช้การรักษาด้วยไฟฟ้า (Electroconvulsive therapy - ECT) ซึ่งใช้การส่งผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สมองเพื่อปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง การรักษาวิธีนี้ปลอดภัยที่จะทำได้ระหว่างตั้งครรภ์

คุณและแพทย์จะตัดสินใจร่วมกันว่าควรใช้วิธีใดในการรักษาภาวะซึมเศร้า และอาจใช้หลายวิธีร่วมกันแทนที่จะใช้วิธีเดียวก็ได้


ยาต้านเศร้าปลอดภัยแค่ไหนสำหรับหญิงตั้งครรภ์

หลักฐานแสดงให้เห็นว่ายาต้านซึมเศร้าที่มีให้เลือกในปัจจุบันมีความปลอดภัยพอที่จะสามารถใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ โดยแทบไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อทารก อย่างไรก็ตามยังไม่มีใครทราบถึงผลกระทบระยะยาวที่ตามมา ดังนั้นแพทย์จะอธิบายถึงความเสี่ยงต่าง ๆ และผลดีของยาให้ทราบก่อนที่จะจ่ายยา


ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับสุขภาพจิตของหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดนี้ถูกจัดทำขึ้นจากการร่วมมือและการสนับสนุนจาก PAM Foundation และ Mali Family Health เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย


รับรองโดย

เกศสุภา จิระการณ์ (นักสุขภาพจิต)

bottom of page